สร้างบ้านภาคใต้ ไม่เหมือนสร้างบ้านที่ภาคอื่น เพราะภาคใต้มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี อากาศชื้นสูง และได้รับลมมรสุมถึง 2 ช่วง บ้านที่ออกแบบมาสำหรับอากาศแบบกรุงเทพฯ หรือภาคอีสานจึงมักเจอปัญหาหลังเข้าอยู่ได้ไม่นาน เช่น หลังคารั่ว ผนังชื้น สีลอก เชื้อราขึ้น หรือน้ำท่วมใต้บ้าน
บทความนี้ทีมวิศวกร WECON ซึ่งรับสร้างบ้านในภาคใต้มากว่า 20 ปี สรุป 9 จุดที่ต้องคิดให้ครบตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพื่อให้บ้านของคุณแข็งแรงและอยู่สบายไปอีกหลายสิบปี
ทำไมการสร้างบ้านภาคใต้ต้องออกแบบต่างจากภาคอื่น
ภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม 2 ลูก ทำให้มีช่วงฝนยาวกว่าภาคอื่นอย่างชัดเจน และแต่ละฝั่งฝนหนักคนละช่วง
- ฝั่งอันดามัน (ตะวันตก) เช่น กระบี่ ตรัง — ฝนหนักช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
- ฝั่งอ่าวไทย (ตะวันออก) เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง — ฝนหนักที่สุดช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณตุลาคมถึงมกราคม และมักเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม
ผลคือบ้านต้องเจอทั้ง ฝนสาดแรง ความชื้นสะสม ลมแรง และในหลายพื้นที่ติดทะเลยังมี ไอเค็ม ที่ทำให้เหล็กและอุปกรณ์โลหะเป็นสนิมเร็วกว่าปกติ ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ก็ป้องกันได้เกือบทั้งหมดด้วยการออกแบบ ไม่ต้องมาซ่อมทีหลัง
9 จุดที่ต้องคิดให้ครบ ก่อนสร้างบ้านในภาคใต้
1. สำรวจดินและยกระดับบ้านให้พ้นน้ำ
ก่อนออกแบบฐานรากควรรู้ว่าดินรับน้ำหนักได้แค่ไหน โดยเฉพาะที่ดินที่เคยเป็นนา สวนยาง หรือที่ลุ่มริมคลอง ซึ่งพบมากในนครศรีธรรมราชและพัทลุง การทำ Soil Boring Test จะช่วยให้วิศวกรเลือกชนิดและความยาวเสาเข็มได้ถูกต้อง ป้องกันบ้านทรุดตัวไม่เท่ากัน
ส่วนระดับพื้นบ้าน ควรถามคนในพื้นที่หรือดูคราบน้ำเก่าว่าน้ำเคยท่วมสูงแค่ไหน แล้วยกพื้นชั้นล่างให้สูงกว่าระดับนั้นพอสมควร รวมถึงถมดินให้บดอัดแน่นและเผื่อเวลาให้ดินยุบตัวก่อนก่อสร้าง
2. หลังคาต้องชันพอ และมีชายคายื่นยาว
หลังคาเป็นด่านแรกที่รับฝน ควรเลือกทรงหลังคาที่ระบายน้ำได้เร็ว เช่น ทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา และใช้ความลาดชันไม่ต่ำกว่าที่ผู้ผลิตกระเบื้องกำหนด หากชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังคาแบน (Slab) หรือหลังคาเพิงลาดต่ำ ต้องออกแบบระบบกันซึมและทางระบายน้ำให้ดีเป็นพิเศษ
ชายคาที่ยื่นยาว ช่วยกันฝนสาดเข้าผนังและหน้าต่าง ลดความชื้นสะสมในผนัง และยังช่วยบังแดดให้บ้านเย็นขึ้นด้วย
3. รางน้ำฝนและระบบระบายน้ำรอบบ้าน
ฝนภาคใต้มักตกหนักในเวลาสั้น ๆ รางน้ำฝนและท่อลงต้องมีขนาดพอรับปริมาณน้ำได้ และควรมีจุดทำความสะอาดเพราะใบไม้อุดตันง่าย รอบบ้านควรมีรางระบายน้ำหรือบ่อพักที่ต่อลงท่อสาธารณะหรือจุดที่น้ำไหลออกได้ พื้นรอบบ้านควรลาดเอียงออกจากตัวบ้าน ไม่ให้น้ำขังชิดผนังและฐานราก
4. กันซึมทุกจุดที่น้ำเข้าได้
- ดาดฟ้า ระเบียง และห้องน้ำ — ทาหรือปูวัสดุกันซึมก่อนปูกระเบื้อง และทดสอบขังน้ำก่อนปิดงาน
- รอยต่อผนังกับวงกบ — ยาแนวด้วยซิลิโคนหรือวัสดุที่ยืดหยุ่นได้
- ผนังภายนอก — ใช้สีรองพื้นกันด่างและสีทับหน้าสำหรับภายนอกที่ทนความชื้น
- คานคอดิน — งานเทคานคอดินที่ดีช่วยกันความชื้นจากดินขึ้นมาตามผนัง อ่านเพิ่มเติม: ความสำคัญของงานเทคานคอดิน
5. เลือกวัสดุที่ทนความชื้นและไอเค็ม
สำหรับบ้านใกล้ทะเล เช่น ในกระบี่ หรือชายฝั่งนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ควรเลือกอุปกรณ์โลหะที่ทนสนิม เช่น สเตนเลสเกรดที่เหมาะกับไอเค็ม หรือเหล็กที่ผ่านการเคลือบกันสนิมอย่างดี ส่วนภายในบ้าน ห้องน้ำและห้องครัวควรใช้ฝ้าและตู้ที่ทนความชื้น แทนไม้หรือแผ่นไม้อัดที่บวมน้ำง่าย
6. ระบายอากาศดี = บ้านไม่ชื้น ไม่ขึ้นรา
ความชื้นสูงทำให้เกิดเชื้อราบนผนัง ฝ้า และเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบให้ลมพัดผ่านได้ (Cross Ventilation) ด้วยการวางหน้าต่างให้อยู่คนละฝั่งของห้อง ใส่ช่องระบายอากาศใต้หลังคา และติดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ จะช่วยลดความชื้นได้มาก ใต้หลังคาควรติด ฉนวนกันความร้อน ที่เหมาะสมควบคู่กันด้วย
7. โครงสร้างต้องรับลมแรงได้
ช่วงมรสุมอาจมีพายุและลมกระโชกแรง โครงหลังคาต้องยึดกับโครงสร้างอย่างแน่นหนา กระเบื้องหลังคาต้องยึดตามมาตรฐานผู้ผลิต โดยเฉพาะแถวริมชายคาและสันหลังคาซึ่งมักปลิวก่อน โครงสร้างทั้งหมดควรออกแบบและคำนวณโดยวิศวกรโยธา
8. วางแผนการก่อสร้างให้หลบช่วงฝนหนัก
ฝนที่ตกหนักระหว่างก่อสร้างทำให้งานล่าช้า และถ้าควบคุมงานไม่ดีอาจกระทบคุณภาพ เช่น เทคอนกรีตขณะฝนตก การวางแผนให้งานฐานรากและงานหลังคาเสร็จก่อนเข้าช่วงฝนหนักของพื้นที่ จะช่วยให้งานเดินต่อได้ ทั้งนี้การสร้างบ้านหน้าฝนก็ทำได้ ถ้าผู้รับเหมามีการป้องกันที่ดี เช่น คลุมคอนกรีตที่เพิ่งเท และบ่มคอนกรีตอย่างถูกวิธี
9. เลือกผู้รับสร้างบ้านที่รู้จักพื้นที่จริง
ผู้รับสร้างบ้านที่มีสาขาและทีมงานในพื้นที่ จะรู้ว่าแต่ละอำเภอน้ำเคยท่วมแค่ไหน ดินเป็นแบบไหน และฝนหนักช่วงไหน ทำให้ออกแบบและวางแผนงานได้ตรงกับสภาพจริง อีกทั้งดูแลหน้างานและบริการหลังการขายได้ใกล้ชิดกว่า
สรุป: เช็กลิสต์สร้างบ้านภาคใต้
| เรื่อง | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| ดินและฐานราก | ทำ Soil Boring Test, ยกพื้นให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมเดิม |
| หลังคา | ทรงระบายน้ำเร็ว ความชันตามมาตรฐาน ชายคายื่นยาว |
| การระบายน้ำ | รางน้ำฝนขนาดพอ รางระบายรอบบ้าน พื้นลาดออกจากตัวบ้าน |
| กันซึม | ดาดฟ้า ห้องน้ำ วงกบ ผนังภายนอก คานคอดิน |
| วัสดุ | ทนความชื้น ทนไอเค็มสำหรับบ้านใกล้ทะเล |
| การระบายอากาศ | ลมพัดผ่าน ช่องระบายใต้หลังคา พัดลมดูดอากาศ ฉนวน |
| โครงสร้าง | ออกแบบรับลมแรง โดยวิศวกรโยธา |
| แผนงาน | ฐานรากและหลังคาเสร็จก่อนฝนหนักของพื้นที่ |
รับสร้างบ้านภาคใต้กับ WECON
WECON (บริษัท วีคอน เอ็นจิเนียริ่งโฮม จำกัด) รับสร้างบ้านครบวงจรมากว่า 20 ปี มีสำนักงานจริงใน ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ และให้บริการครอบคลุมภาคใต้ รวมถึงพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีสำนักงานที่ ปทุมธานี ให้บริการกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- มีแบบบ้านชั้นเดียว บ้านชั้นครึ่ง และบ้าน 2 ชั้น หรือออกแบบใหม่ตามความต้องการ
- ปรึกษาและวางแผนงบประมาณฟรี พร้อมใบแสดงปริมาณวัสดุและราคา (BOQ)
- ใช้วัสดุมาตรฐาน ควบคุมงานโดยทีมวิศวกร
- รับประกันโครงสร้าง
ปรึกษาสร้างบ้านฟรี
โทร: 093-319-2649
LINE: @wecon
ดูแบบบ้านและผลงานเพิ่มเติมได้ที่หน้า แบบบ้าน WECON
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สร้างบ้านหน้าฝนในภาคใต้ได้ไหม?
ได้ แต่ควรวางแผนให้งานฐานรากและหลังคาเสร็จก่อนเข้าช่วงฝนหนักของพื้นที่ ฝั่งอันดามัน (เช่น กระบี่ ตรัง) ฝนหนักประมาณพฤษภาคม–ตุลาคม ส่วนฝั่งอ่าวไทย (เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง) ฝนหนักประมาณตุลาคม–มกราคม
บ้านในภาคใต้ควรยกพื้นสูงเท่าไหร่?
ขึ้นกับระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดในพื้นที่นั้น ควรสำรวจจากคนในพื้นที่หรือคราบน้ำเก่า แล้วให้วิศวกรกำหนดระดับพื้นให้สูงกว่านั้นพอสมควร รวมทั้งระดับถนนหน้าบ้านในอนาคต
หลังคาแบบไหนเหมาะกับบ้านภาคใต้?
หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยาที่มีความลาดชันตามมาตรฐานและชายคายื่นยาวจะระบายน้ำและกันฝนสาดได้ดี หากต้องการหลังคาแบน ต้องออกแบบระบบกันซึมและการระบายน้ำเป็นพิเศษ
WECON รับสร้างบ้านในจังหวัดไหนบ้าง?
WECON รับสร้างบ้านทั่วภาคใต้ มีสำนักงานที่ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ รวมถึงกรุงเทพฯ ปริมณฑล (สำนักงานปทุมธานี) สุพรรณบุรี อยุธยา และสระบุรี
